คำบุพบทที่ใช้กับเวลา (Zeitpräpositionen) ที่ควรทราบได้แก่

คำบุพบทที่ใช้กับเวลา (Zeitpräpositionen) ที่ควรทราบได้แก่

กประโยคบอกเล่าในภาษาเยอรมันต้องมีประธาน นั้นก็หมายความว่า เราไม่สามารถเริ่มต้นประโยคบอกเล่าด้วยคำกริยา ดังนั้นจึงมักจะต้องเอาคำศัพท์สรรพนาม “es” (มัน) มาช่วยในการสร้างวลีและผันกริยา
ใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบ โดย

พหูพจน์ในเยอรมันอาจต้องเติ่ม -n/ -en, -e, -r/ -er, -s หรือไม่เปลียนก็เป็นได้ ด้านล่างนี้ เป็นการพยายามสรุปกฎในการสร้างพหูพจน์ แต่มันมีข้อยกเว้นเป็นจำนวนมากน่ะค่ะ ท่องจำคำศัพท์ใหม่พร้อมพหูพจน์จะดีที่สุด อ่านเพิ่มเติม “Plural”

คำนาม (Nomen) ในภาษาเยอรมันมี (Genus) ในพจนานุกรมมักจะเป็นตัวย่อ เช่น m (maskulin = เพศชาย), f (feminin = เพศหญิง) และ n (neutral = เพศกลาง) เราไม่สามารถดูจากคำนามได้ว่า คำนามนั้นเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือเพศกลาง มันจึงดีที่สุดที่จะท่องคำศัพท์พร้อมกับคำหน้านาม
ด้วยอดีตกาลแบบสมบูรณ์ (Partizip Perfekt) เราสามารถกำหนดว่าเหตุการนั้นผ่านมา เรามักใช้อดีตกาลแบบสมบูรณ์ (แทนอดีตกาล Präteritum) เมื่อสนทนา
ในกรณีกรรมตรง (Akkusativ Fall) คำนามหน้านามเพศชาย (maskulin Artikel) คำนามเพศชาย (maskulin Nomen) คำคุณศัพท์ (Adjektive) และคำสรรพนาม (Pronomen) จะถูกผัน กรณีกรรมตรงเราจะนำใช้ เมื่อในประโยคมีประธานและกรรม นอกจากนี้ยังใช้ควบคู่กับคำกริยา (Verben) และคำบุพบท (Präpositionen) บางคำ

ในภาษาเยอรมันมีคำกริยาหลายคำ ที่มีคำขยาย (Präfix) ซึ่งจะทำให้คำกริยานั้นมีความหมายที่แตกต่างจากคำเดิม คำกริยาที่มีคำขยายมีทั้งแบบแยกได้ (trennbare Verben) และแบบแยกไม่ได้ (nicht trennbare Verben)


การปฏิเสธ จะแสดงโดยนำคำฏิเสธ (Negationwörter) nicht, kein, weder … noch, nichts, niemand ฯลฯ มาใช้
อ่านเพิ่มเติม “Negation (Verneinung) – การปฏิเสธ”
คำกริยาช่วยพิเศษ (Modalverb) ได้แก่ dürfen, können, mögen, möchten, müssen, sollen และ wollen ทีทำให้กริยาแท้ (Vollverb) มีความหมายแตกต่างกันไป
อ่านเพิ่มเติม “Modalverben”