
ตัวตั้งคำถาม (Fragewort) เช่น wie, was, wer, wohin, woher เรานำมาใช้เมื่อต้องการคำตอบที่มากกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ อ่านเพิ่มเติม “Typische Fragewörter”

ตัวตั้งคำถาม (Fragewort) เช่น wie, was, wer, wohin, woher เรานำมาใช้เมื่อต้องการคำตอบที่มากกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ อ่านเพิ่มเติม “Typische Fragewörter”

ตัวตั้งคำคำถามที่มาพร้อมกับบุพบท (Fragewort mit Präpositionen) เช่น wovon, woran, womit, worüber, worauf เรานำมาใช้เมื่อต้องการคำตอบที่ละเอียดมากขี้น และมักจะคู่กับคำตอบที่เริ่มด้วยคำบุพบท von, an, mit … หรือคำวิเศษบุพบท (Präpositionaladverbien) เช่น davon, daran, damit, darüber ….

เมื่อคำกริยาจำนวนมากมีคำบุพบท (Verben mit Präpositionen) ควบคู่กันไป
Beispiel:
น้อกจากนี้ยังมีคำกริยาสะท้อนกลับ (Reflexive Verben) ที่มาพร้อมกับคำสรรพนามและคำบุพบท
Beispiel:
.

ในกรณีคำกริยาที่ผันตามประธานของประโยคแล้วมีคำบุพบท คำบุพบทนั้นจะเป็นตัวกำหนดว่ากรรมในประโยคจะกลายเป็นกรรมตรง (Akkusativ) หรือกรรมรอง (Dativ)
.




คำกริยาสะท้อนกลับ (Reflexivverb) เป็นคำกริยาที่มาควบคู่กับคำสรรพนามสะท้อนกลับ (Reflexivpronomen) เช่น sich เสมอ

ประโยคย่อย (Nebensatz) ไม่สามารถยืนอยู่ตามลำพัง มันต้องมีประโยคหลัก (Hauptsatz) คู่กันเสมอ โดยปกติเราสามารถกำหนดประโยคย่อยได้จากคำกริยาที่มีตำแหน่งในท้ายของประโยคย่อย นอกจากนี้ประโยคย่อยและประโยคหลักในภาษาเยอรมันนั้นจะต้องคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (Komma) เสมอ
Beispiel: Ich weiß nicht, ob er dir hilft.
ประโยคสองประโยคนี้สลับที่กันได้ จะยกประโยคไหนขึ้นต้นก็ได้ แล้วแต่การเน้นและความหมาย แต่อย่าลืมว่าถ้าประโยคย่อยย้ายมาอยู่หน้าประโยคหลัก คำกริยาของประโยคหลักจะเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นคำแรกน่ะค่ะ
Beispiel: Ob er dir hilft, weiß ich nicht.
.
เราสามารถแบ่งประโยคย่อย (Nebensatz) ออกมาเป็น 2 แบบ
.
เรายังสามารถแยกแยะประโยคย่อยเชื่อมโดยคำวิเศษ (Adverbialsatz) เป็น Adversativsatz, Finalsatz, Kausalsatz, Konditionalsatz, Konsekutivsatz, Konzessivsatz, Lokalsatz, Modalsatz และ Temporalsatz ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าเราใช้ประโยคย่อยนั้น เพื่อขยายความข้อมูลในประโยคหลัก โดยชี้แจงความแตกต่าง พูดถึงวัตถุประสงค์ ให้เหตุผล หรืออื่น ๆ
Beispiel: Ich habe eine Prüfung über Adverbialsätze, deshalb muss ich mir das Thema nochmals durchlesen. (Kausalsatz)
.
ประโยคย่อยบอกคุณลักษณะ (Attributsatz) ใช้คำสรรพนามเป็นคำสันธาน เรานำมาใช้ เพื่อเพิ่มรายละเอียดของประธานหรือกรรม
Beispiel:
Das ist der Mann, den ich gesehen habe.
Kaufst du den Hut, der dir so gefällt?
.
ประโยคย่อยเน้นประธาน (Subjektsatz) หรือประโยคย่อยเน้นกรรม (Objektsatz) เพิ่มรายละเอียดเช่นเดี่ยวกัน แต่ใช้ตัวตั้งคำถาม wen, wer และ was เป็นคำสันธาน
Beispiel:
Ich lese, was dort steht. (Objektsatz)
Wer fleißig lernt, wird klug. (Subjektsatz)
.
ประโยคคำถามโดยอ้อม (Indirekte Frage) เป็นคำถามที่เราไม่ถามโดยตรง แต่เล่าให้คู่สนทนาฟัง โดยสร่างเป็นประโยคบอกเล่า
Beispiel:
Er will wissen, wie spät es ist.
Ich weiß nicht, wo mein Handy ist.
Es würde mich interessieren, ob er uns morgen besuchen kommt.
.
ประโยคกริยาไม่ผัน (Infinitivsatz) ที่มีคำ zu (เพื่อ) เรามักจะใช้กับสำนวนต่าง แต่ประโยคกริยาไม่ผันที่มีคำ um zu (เพื่อว่า) เราจะใช้เมื่อเราต้องการระบุเหตุผล
Beispiel:
Ich bin froh, dich zu sehen.
Er hat gelernt, um die Prüfung zu bestehen.
.
ประโยคเสริม (Konjunktionalsatz) ต้องโยงด้วยคำสันธานแบบรอง (Subkonjunktion)
Beispiel: Er spricht gut Deutsch, weil er ein Jahr in Deutschland war.
.
สำหรับประโยคแบบอดีตกาล (Partizipialsatz) ใช้ขยายความข้อมูลในประโยคหลัก แต่เราต้องนำกริยารูปแบบอดีตกาล Partizip I หรือ Partizip II มาใช้เชื่อม
Beispiel:
Nervös um sich schauend, stand der Räuber vor der Bank.
Auf dem Lande geboren und aufgewachsen, liebt sie die Natur.
.
อนุประโยค (Relativsatz) ทำหน้าที่เหมือนกับคำคุณศัพท์ (Adjektiv) นั่นคือขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า ใช้คำสรรพนามเป็นคำสันธาน ในภาษาเยอรมันเราต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคเสมอ
Beispiel: Das ist der Film, den ich mir ansehen will.
.
ประโยคเงื่อนไข (Konditionalsatz) ใช้สำหรับพูดถึ่งสิ่งหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หากในปัจจุบัน ในอนาคต หรือในอดีตที่ผ่านมาสถานการณ์ดำเนินไปตามนั้น
Beispiel:
Falls ich den Job bekomme, verdiene ich viel Geld.
Ich hätte ich den Job bekommen, wenn ich mich beworben hätte.
.
ประโยคบอกเล่าโดยอ้อม (Indirekte Rede) เรานำมาใช้ เมื่อเรามีความจำเป็นต้องยกคำพูดของคนอื่นขึ้นมา
Beispiel:
Sie sagt: „Mir geht es gut.“ → Sie sagt, es gehe ihr gut.
Sie sagt: „Mir geht es gut.“ → Sie sagt, dass es ihr gut gehe.

หากเราใช้คำสันธานประสาน (Konjunktion) เพื่อเชื่อมประโยค 2 ประโยค โครงสร้างประโยคทั้งสองประโยคนั้นยังคงอยู่ในรูปแบบประโยคหลัก (Hauptsatz)
เราสามารถเชื่อมประโยค (Zusammengesetzte Sätze) โดยใช้คำสันธานประสาน (Konjunktion) คำสันธานแบบรอง (Subkonjunktion) และ คำวิเศษณ์เชื่อม (Konjunktionaladverb) แล้วแต่ว่าเราใช้คำเชื่อมอันไหน โครงสร้างประโยคก็จะเปลี่ยนไป


เมื่อแสดงการครอบครอง หรือความเกี่ยวข้อง เราใช้คำนำหน้านามที่แสดงความเป็นเจ้าของ (Possessivartikel) แทนคำนำหน้านามที่เจาะจง (bestimmter Artikel) หรือคำนำหน้านามที่ไม่เจาะจง (unbestimmter Artikel)